ความสำคัญของ “วันหมดอายุ” เครื่องสำอาง เชื่อว่าสาวๆหลายคนต้องรู้กันอยู่แล้วใช่ไหมค่ะว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันอยู่ทุกวันเนี่ยมีวันหมดอายุกันทั้งนั้น แต่ทั้งๆ ที่รู้นี่แหละค่ะเวลามี Sale ทีไรก็อดใจไม่ได้ซักทีที่จะที่จะซื้อไว้ก่อน ก็แหมบางทีมันลดมาตั้ง 50% ใครจะอดใจไหวจริงไหมคะ

ทีนี้ปัญหามันไม่ได้เกิดตอนซื้อหรอกค่ะ แต่มันเกิดตอนที่เราใช้ไม่ทันนี่แหละค่ะ บางอันลืมไปด้วยซ้ำว่านี่ชั้นซื้อมันมาด้วยหรือเนี่ย แต่ไม่ต้องตกใจนะคะสาวๆ เพราะเครื่องสำอางเนี่ยหากเรายังไม่ได้เปิดใช้มันเก็บไว้ได้นานถึง 3-5 ปีเลยทีเดียวนะคะ หรือดูวันหมดอายุที่บรรจุภัณฑ์ก็ได้ค่ะว่าหมดอายุเมื่อไรถ้ายังไม่ได้เปิดใช้ แต่ถ้าไม่มีวันหมดอายุ มีแค่วันผลิตเราก็ใช้วิธีนับเอาจากวันผลิตก็ได้ค่ะ วันหมดอายุตัวนี้เราจะเรียกมันว่า Shelf Life ค่ะ

แล้วถ้าเปิดใช้แล้วล่ะ!! เครื่องสำอางที่เปิดใช้แล้วเราจะมายึดเอาวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์มาเป็นเกณฑ์ไม่ได้แล้วนะคะ เพราะเมื่อมันโดนอากาศ โดนแปรง โดนมือเราก็เท่ากันมันปนเปื้อนไปเรียบร้อยแล้ว มันจะหมดอายุเร็วกว่าวันที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ค่ะ เราต้องเปลี่ยนมาดูสัญลักษณ์นี้แทน ซึ่งเราจะเรียกมันว่า “Period After Opening” หรือ (PAO)

หน่วย M หมายถึง เดือน ตัวเลขด้านหน้าก็หมายถึงจำนวนของเดือน นั่นหมายความว่าเครื่องสำอางชิ้นนั้นๆจะมีอายุการใช้งานได้อีกเท่าไร หลังจากเปิดใช้เป็นครั้งแรกค่ะ

เช่นจากรูปภาพก็หมายความว่ามีอายุใช้งานได้อีก 6 เดือนนับจากการเปิดใช้ครั้งแรกค่ะ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พอจะหมดอายุหลังจากผลิตมานาน (Shelf Life) แล้วเราเพิ่งมาเปิดใช้ จะมายึดเอาตาม PAO ไม่ได้นะคะ อันไหนถึงก่อนก็ต้องยึดตามนั้นค่ะตาม Infographic ด้านล่างเลยค่ะ

อย่าเสียดายเครื่องสำอางแล้วเอาใบหน้าสวยๆของเราไปเสี่ยงนะคะ ไม่คุ้มเด็ดขาด

และสุดท้ายมิสเดอร์มาก็ได้ไปรวบรวมดูบรรดาเครื่องสำอางบนโต๊ะก็พบว่าเครื่องสำอางที่มีอายุสั้นที่สุดก็คือเครื่องสำอางที่ใช้รอบดวงตาค่ะ เช่น อายไลน์เนอร์,มาสคาร่า เป็นต้น หลังจากเปิดใช้จะมีอายุแค่ 3-6 เดือนเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเผลอใช้เพลินจนลืมดูวันหมดอายุนะคะ